v

ข่าวทั้งหมด - ในปัจจุบัน

Press Report

แคตตาล็อกของแหล่งข่าวที่มีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

Share on Facebook Share on Twitter Share on Google+

พระบรมฯทรงรับขึ้นทรงราชย์เป็นกษัตริย์รัชกาลที่10

02 ธันวาคม 2559 18:23:26 INN News Hot News

ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กราบบังคมทูลอัญเชิญ องค์รัชทายาท เสด็จฯ ขึ้นทรงราชย์ เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่10 สถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เผยแพร่ภาพพิธีกราบบังคมทูลอัญเชิญเสด็จ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ พระองค์ใหม่ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน ภายในพระบรมมหาราชวัง โดยมี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์, นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ นายวีระพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกา เข้าเฝ้าฯ โดย นายพรเพชร ประธาน สนช. เป็นผู้กราบบังคมทูลอัญเชิญองค์รัชทายาท เสด็จ ฯ ขึ้นทรงราชย์ เป็นพระมหากษัตริย์สืบราชสันตติวงศ์ และทรงมีพระราชดำรัสตอบรับการขึ้นทรงราชย์เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก่อนที่ พล.อ.เปรม จะกล่าวถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และ ประธาน สนช. และ นายรัฐมนตรี มีแถลงการณ์ต่อประชาชน จากนั้นได้มีการประกาศเฉลิมพระปรมาภิไธย เป็น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร นายกฯประกาศประเทศไทยมีพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่แล้วมีผลต่อเนื่องตั้งแต่13ต.ค.2559 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ประกาศให้ประชาชนชาวไทยทราบทั่วกันว่า ประเทศไทยมีสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่แล้ว ตามคำกราบบังคมทูลอัญเชิญขึ้นครองราชย์ของประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่ประธานรัฐสภา ณ พระที่นั่งอัมพรสถานพระราชวังดุสิต โดยมีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ นายกรัฐมนตรี ประธานศาลฎีกา ร่วมเป็นสักขีในพิธีประวัติศาสตร์นี้ และทรงรับคำกราบบังคมทูลอัญเชิญ ดังที่ต่อมาได้มีประกาศสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อแจ้งประชาชนแล้ว การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบสันติตวงศ์ และโบราณราชประเพณีทุกประการ และเพื่อให้เป็นไปตามโบราณราชประเพณีโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย ทั้งยังสอดคล้องกับคตินิยมในนานาประเทศที่ว่า ราชอาณาจักรย่อมไม่ว่างเว้นขาดตอนจากการมีพระมหากษัตริย์ ดังนั้นการเริ่มรัชกาลใหม่ จึงมีผลต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค. 2559 เป็นต้นไป ณ บัดนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ที่ทรงสถิตอยู่ในพระราชฐานะองค์พระรัชทายาท มาตั้งแต่ พ.ศ. 2515 นับเป็นเวลาถึง 44 ปี จึงทรงเป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 ราชวงศ์พระจักรีวงศ์ และทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจตามรัฐธรรมนูญทุกประการ ส่วนการจะดำเนินการต่อไปเพื่อให้เป็นไปตามโบราณราชขัตติยประเพณีที่เรียกว่า พระราชพิธีบรมราชาภิเษกนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับพระราชวินิจฉัย ซึ่งมีพระราชดำริแล้วว่า ควรดำเนินการเสร็จสิ้นพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศแล้ว นอกจากนี้ ยังได้ขอให้ประชาชนทุกคนร่วมกันตั้งจิตอธิษฐาน ขอพระบรมเดชานุภาพแห่งสมเด็จพระบูรพพระมหากษัตริยาธิราชเจ้า มีพระบาทสมเด็จพระประมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระปิยะมหากษัตริย์นักพัฒนาเป็นอาทิ ได้โปรดอภิบาลรักษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่ ให้ทรงพระเจริญสถิตย์เป็นมิ่งขวัญปกเกล้าปกกระหม่อมอานาราษฎรชาวไทย และประเทศไทย ให้สามารถพัฒนาจนประสบความสำเร็จ บังเกิดความเจริญ รุ่งเรืองมีสันติสุข และความสามัคคีปรองดอง สมดังพระราชปณิธานปรารถนา ภายใต้การปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตราบกาล ราชกิจจาฯประกาศพระรัชทายาทขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เรื่อง อัญเชิญองค์พระรัชทายาทขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ โดยที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ได้เสด็จสวรรคตแล้ว เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ มาตรา ๒ ประกอบกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๓ ได้บัญญัติ เรื่องการสืบราชสันตติวงศ์ว่า ในกรณีที่ราชบัลลังก์หากว่างลงและเป็นกรณีที่พระมหากษัตริย์ได้ทรงแต่งตั้ง พระรัชทายาทไว้ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ แล้ว ให้คณะรัฐมนตรีแจ้งให้ประธานรัฐสภาทราบ และให้ประธานรัฐสภาเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อรับทราบ และให้ประธานรัฐสภาอัญเชิญองค์พระรัชทายาทขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์สืบไป แล้วให้ประธานรัฐสภา ประกาศให้ประชาชนทราบ โดยที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงแต่งตั้งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เป็นพระรัชทายาทไว้ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ แล้ว เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๕ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทําหน้าที่รัฐสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ ได้รับทราบกรณีสวรรคตดังกล่าวด้วยความโทมนัสยิ่ง โดยเมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้มีการประชุมเพื่อรับทราบการแต่งตั้งพระรัชทายาท และประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทําหน้าที่ประธานรัฐสภา ได้นําความกราบบังคมทูลอัญเชิญ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ มาตรา ๒ วรรคสอง ประกอบกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง จึงขอประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกันว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ได้ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ ตั้งแต่วันที่ ๑๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ เป็นต้นไป รวดเร็วกระชับฉับไวรายงานด่วนก่อนใครทุกสถานการณ์สดทันที ที่มีข่าว กับ SMS INN Hot News AIS และ Truemove กด *4522 333 11 และโทร.ออก ระบบ Dtac กด *751211 แล้วโทรออก ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

Více เศรษฐกิจ Time02 ธันวาคม 2559 18:23:26


Ads